life is short, the stories.

share our Idea & Stories.

หนอนไม่มีตา แต่ชอบอ่านหนังสือ(เรื่องที่ทำให้ฉันน้ำตาไหล)(จาก lonelytrees.net-ทรงกลด บางยี่ขัน)

21 Comments

 

ผมสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมเราถึงเปรียบเปรยคนรักการอ่านว่าเป็น หนอนหนังสือ
ซึ่งแปลมาจากคำว่า Bookworm
หนอนเป็นสัตว์ที่ไม่มีตา
มันจึงไม่น่าถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของผู้รักการอ่าน
อีกเรื่องที่ผมสงสัยพอกันก็คือ เรามีคำที่เอาไว้ใช้เรียกภาพที่มองจากมุมสูงว่า Bird’s-Eye view
และเราก็ยังมีคำว่า Worm’s-Eye view เอาไว้เรียกภาพที่มองจากมุมต่ำเงยขึ้นด้านบน
ในเมื่อหนอนมันมองไม่เห็น แล้วทำไมเราถึงเปรียบภาพในมุมนั้นว่าเหมือนมองผ่านสายตาหนอน
เรื่องหลังผมยังข้องใจ ส่วนเรื่องแรก ถึงยังไม่ได้คำตอบ แต่ผมก็หายสงสัยแล้ว

เพื่อนชาวญี่ปุ่นจัดแจงนัดให้ผมพบกับหญิงสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง
เพื่อนของผมบอกว่า ผมกับเธอควรได้คุยกัน
หญิงสาววัยยี่สิบกลางๆ คนนี้มีชื่อว่า Yoshimi Horiuchi
หรือจะเรียก โย อย่างที่เพื่อนๆ ชาวไทยของเธอเรียกก็ได้

มาถึงโยก็เล่าเรื่องห้องสมุดที่ญี่ปุ่นให้ผมฟัง
เธอว่าห้องสมุดหลายแห่งมีระบบที่เอื้อกับคนตาบอด
คือมีหนังสืออักษรเบรลล์ให้อ่าน หรือไม่ก็มีไฟล์เสียงให้ฟัง
ซึ่งไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่
สิ่งที่เริ่มจะพิเศษขึ้นก็คือ นอกจากคนตาบอดแล้ว ห้องสมุดบางแห่งยังมีหนังสือที่รองรับคนพิการประเภทอื่นๆ ด้วย ซึ่งหลักๆ ก็คือ ผู้พิการทางสมอง
แต่นั่นยังไม่น่าสนใจเท่าระบบห้องสมุดสำหรับคนที่เดินไม่ได้ เขามีบริการส่งหนังสือให้ถึงบ้าน

โยบอกว่าห้องสมุดที่ญี่ปุ่นไม่ได้รอให้คนเข้ามาอ่าน แต่ยังเอาตัวเองออกไปหาคนอ่านด้วย
กลุ่มคนที่ไปหาก็คือ ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลาย หรือคนที่ไม่สะดวกจะเดินทางมาที่ห้องสมุด
เช่น คนพิการ คนท้อง แม่ที่ต้องเลี้ยงลูกอ่อนอยู่กับบ้าน คนแก่
รวมถึงคนต่างชาติรายได้น้อยที่เข้ามาขายแรงงานในญี่ปุ่น ซึ่งอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก
หนังสือจะถูกส่งตรงไปยังบ้านของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกับมีอาสาสมัครช่วยอ่านให้ฟัง
ถ้าคนตาบอดอยากใช้บริการในห้องสมุดปกติก็นัดอาสาสมัครให้มาช่วยอ่านหนังสือให้ฟังได้
ผมสงสัยว่า ทำไมต้องอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟังแบบสดๆ ทีละคนด้วย
บันทึกเสียงเก็บไว้เป็นไฟล์ไม่ดีกว่าหรือ
โยเฉลยว่า หนังสือบางประเภทมีรูป กราฟ แผนที่ หรือตารางเยอะ
สิ่งเหล่านี้ต้องการการอธิบายแบบตัวต่อตัวคนตาบอดถึงจะเข้าใจ
เห็นวิธีคิดที่เอาใจใส่คนตาบอดแบบนี้ก็ชื่นใจ และชื่นชมคนทำ

พอโยเล่าเรื่องญี่ปุ่นจบ เธอก็เล่าต่อว่า เธอกำลังจะทำโครงการนี้ในประเทศไทย
ชื่อ คาราวานหนอนหนังสือ
ดำเนินการในนามองค์กรของเธอเองที่ชื่อ Always Reading Caravan (ARC)
ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร
มีเป้าหมายว่าอยากให้บริการห้องสมุดเคลื่อนที่ไปยังเด็กและผู้ใหญ่
ทั้งพิการและไม่พิการ ในพื้นที่ชนบทของไทย

เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2549 ช่วงที่โยมาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เธอมีโอกาสได้ลงพื้นที่ไปดูงานในหลายหมู่บ้าน
และได้คลุกคลีกับองค์กรที่ทำงานด้านคนพิการทั่วประเทศ
นั่นทำให้เธอพบว่า เด็กพิการจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้
อย่างเด็กชายอายุ 15 ปีคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อลีบ
ถือเป็นหนึ่งในจำนวนนับพันที่ไม่สามารถเข้าถึงความบันเทิงอื่นได้นอกจากนอนดูโทรทัศน์บนเตียง
ครอบครัวของเขาก็ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ เขาเลยไม่ได้ไปโรงเรียน
ไม่มีใครสอนอ่าน สอนเขียน และไม่มีใครอ่านหนังสือให้ฟัง
เจ้าของปริญญาตรีครุศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่นคนนี้มองว่า
ในพื้นที่ชนบทหนังสือเป็นสิ่งมีราคา และห้องสมุดเป็นสิ่งที่หายาก
โทรทัศน์จึงเป็นแหล่งความบันเทิงหลักของชาวบ้าน
เธอเลยอยากหาทางนำหนังสือเคลื่อนที่ไปให้ถึงคนเหล่านั้น

โยบอกว่า คนไทยเชื่อว่า การอ่านหนังสือคือการเรียน ทำให้คนไม่ค่อยอยากอ่าน
เธอเลยอยากเปลี่ยนให้เราหันมารู้สึกว่า การอ่านหนังสือคือการพักผ่อน เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่ง ถ้าโปรโมทว่า อ่านหนังสือแล้วสนุกมาก คงมีคนอยากอ่านหนังสือเยอะขึ้น

เธอรับสมัครทีมงานชาวไทยอีก 2 ชีวิต ขับรถบรรทุกหนังสือมุ่งหน้าไปยังโคราชซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมาย
เธอเลือกหมู่บ้านไกลโพ้นที่ไม่มีห้องสมุดมา 4 แห่ง
แต่ละแห่งคาราวานของเธอจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นที่ละ 2 สัปดาห์
โดยจะย้ายสถานที่ไปตามโรงเรียน โรงพยาบาล สถานดูแลเด็กพิการ ศูนย์กลางชุมชน หรือตลาด
พอครบกำหนดก็ขับรถไปยังหมู่บ้านถัดไป วนไปเช่นนี้
ใน 1 ปี ห้องสมุดเคลื่อนที่จะแวะไปแต่ละหมู่บ้าน 6 ครั้ง

ในรถของเธอซึ่งเปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่เต็มไปด้วยหนังสือปกติ หนังสือเบรลล์
ไฟล์เสียงของหนังสือ ของเล่นเกี่ยวกับการศึกษา รูปที่สามารถสัมผัสได้
และรูปจำลองต่างๆ ที่ช่วยให้คนตาบอดสัมผัสได้ว่า
สถานที่ต่างๆ อย่างทัชมาฮาล หรือหอไอเฟลหน้าตาเป็นอย่างไร

โยบอกว่างานของเธอคือเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ พร้อมหนังสือ
ไปที่ไหนก็จะสอนอาสาสมัครท้องถิ่นให้ลองบริหารจัดการห้องสมุดด้วยตัวเอง
ถ้าทำได้แล้ว คาราวานของเธอก็จะไม่กลับมาอีก
โดยจะเปลี่ยนไปบุกเบิกระบบห้องสมุดในหมู่บ้านอื่นๆ แทน
ใครสนใจอยากเป็นอาสาสมัครร่วมเดินทางหรืออยากบริจาคหนังสือติดต่อได้ที่www.alwaysreadingcaravan.org
โยบอกผมและเขียนแนะนำตัวในเว็บไซต์แบบเดียวกันว่า
เธอเป็นหนอนหนังสือจากญี่ปุ่น ที่อยากจะทำโครงการชวนคนไทยอ่านหนังสือ
ฟังแล้วก็ทึ่ง ไม่ใช่ทึ่งเพราะโครงการที่เธอทำมันแปลกประหลาดอย่างที่คาดเดาไม่ได้
แต่ทึ่งเพราะว่า
โยตาบอด
ที่ผมเล่ามาทั้งหมด เป็นโครงการที่เกิดจากผู้หญิงตาบอดชาวญี่ปุ่น
ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า เป็นเกิดจาก หนอนหนังสือตาบอดชาวญี่ปุ่น
จากที่เคยสงสัยว่า ทำไมเราถึงใช้หนอนเป็นสัญลักษณ์ของคนที่รักการอ่านทั้งๆ ที่หนอนมันมองไม่เห็น ตอนนี้ผมได้คำตอบแล้ว

การอ่านหนังสืออาจไม่ใช่แค่เรื่องของตา
ไม่ต้องมองเห็นเราก็อ่านหนังสือได้ หนอนที่ไม่มีตาก็รักการอ่านได้

Author: hud-tsu-ka

I'm not a nice guy but I wanna be a good guy.

21 thoughts on “หนอนไม่มีตา แต่ชอบอ่านหนังสือ(เรื่องที่ทำให้ฉันน้ำตาไหล)(จาก lonelytrees.net-ทรงกลด บางยี่ขัน)

  1. ขอสนับสนุนการรักการอ่าน..จะฝึกลูกให้เป็นหนอนค่ะพี่ฮัด อันดับแรก

  2. ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันน่ะแต่ จะถึงขั้นหนอนหรือป่าวนี่ไม่แน่ใจค่ะ

  3. แค่ชอบอ่านก็ดีแล้วนา

  4. เปนคนขี้เีกียจอ่าน ที่สุด ขอบอก เรียนมาแบบใช้ความเข้าใจ และ จำ (ซวยเลยพอจะเรียนราม อ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอื้อ)

  5. หลักๆของหนอนคือกิน หนอนหนังสืออาจจะหมายถึงไม่ทำอะไรที่มากไปกว่าการอ่าน รักการอ่านเป็นสิ่งที่ดีมากครับ

  6. ผมดีใจมากที่แม่เลี้ยงผมให้ห่างไกลทีวี แต่อยู่ใกล้หนังสือผมรักหนังสือ แต่ไม่ใช่รักในแบบที่หลายคนเป็น หลายคนรักหนังสือคืออ่านแล้วเก็บอย่างดีเข้าตู้ เก็บวางสวยๆ ฝุ่นห้ามเกาะรักของผมคงสะกดไม่เหมือนกัน ผมจะดีใจมากถ้าได้แชร์หนังสือที่มีให้คนอื่นได้อ่านชอบเอนทรี่นี้จัง อ่านถึงตอนจบแล้วรู้สึกสะท้อนใจคนเราตาดี แต่ใจมืดบอด ไม่เลือกเสพสิ่งดี ๆ ให้ตัวเองกันเลย

  7. ทึ่งอีกอย่างว่าคนทำเป็น "หญิงตาบอด ชาวญีุ่ปุ่น" ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำโครงการดีๆแบบนี้ที่เมืองไทยในขณะที่คนไทย….

  8. แต่เคยดูรายการรายการนึง…เลยทำให้มีความคิดว่า อยากไปอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟังอัดเทปนะค่ะ.. กทม.

  9. เคยไปมาแล้วครับ อยู่ตรงอนุสาวรีย์นี่เองเจ้าหน้าที่บอกว่า พวกการอัดเทปนี่ มีคนทำพอสมควรแล้วที่ขาดตอนนี้คือการสอนการบ้านให้เด็ก ๆ ครับซึ่งส่วนมากจะเป็นวันธรรมดาช่วงเย็น ๆ คนไม่ค่อยสะดวกมากันเท่าไหร่ใครสะดวก แวะไปได้ครับผม

  10. ผมเคยไปเหมือนกันครับ ไปมานานมากๆแล้ว ไปลงชื่อเอาไว้ แต่ว่า… ก็ยังไม่ได้ไปทำอะไรกับเขาสักที เพราะว่าไกลบ้าน ไม่ค่อยสะดวก (สำหรับตัวผมเอง) แต่ถ้าสะดวกก็แวะไปครับ (สนับสนุนอีกแรง)

  11. ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าทำไมใช้หนอน Worm’s-Eye view อาจจะเป้นเพราะหนอนมันนอนราบที่พื้นมั้งว่างๆไปอ่านหนังสือให้คนตาบอด หรือไปสอนหนังสือกันก็ได้ ไปมั้ย ^^

  12. ไว้สะดวกๆกัน ว่าจะจัดทริปสักทีเหมือนกันครับ แต่รอหน่อย จัดทริปการกุศลก็น่าจะดี

  13. หนังสือทำมาจากไม้ ซึ่งหนอนชอบกินไม้ กินใบไม้อยู่แล้วล่ะมั้งเค้าก็เลยเอามาตั้้งเป็นชื่อว่า "หนอนหนังสือ" เอ่อ.. แล้วมรึงจะจริงจังทำหยั๋งเนี่ยไอ้จุ๋มอ่านแล้วรู้สึกมีอารมณ์ร่วมมากๆอยากทำอะไรแบบนี้บ้างจังตอนนี้กำลังว่าจะทำโครงการสอนการบ้านฟรีให้เด็กๆแต่กำลังคิดอยู่ว่าจะทำเป็นเว็บไซต์ดี หรือว่าทำเป็นแค่บล็อก หรือ.. จะประชาสัมพันธ์ยังไงดีอยู่กับเด็กมาเยอะ เชื่อมั่นอย่างจริงจังเลยว่าเด็กสมัยนี้โง่กว่าเด็กแต่ก่อน (คงเป็นเพราะสภาพสังคมและเวลาจำกัดในเรื่องการสั่งสอนล่ะมั้ง)

  14. เราตั้งใจว่าจะทำทุนการศึกษาสำหรับเด็กๆในชนบท ไม่รู้เคยบอกหรือยัง ใช้เงินไม่มากหรอก แต่คงต้องรอให้ชีวิตเราเข้าที่ก่อน

  15. สมัยปี 3 ผมกับเพื่อนๆเคยทำโครงการช่วยเหลือสังคมกลุ่มของผมเลือกทำโครงการสอนหนังสือให้น้องๆที่ตาบอดที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ด้วยความที่เรายังมือใหม่เราเลยทำหน้าที่ช่วยคุณครูที่โรงเรียนนั้นดูแลเด็กระดับอนุบาลเท่านั้น แฮ่ๆ …..นอกจากกลุ่มผมแล้วช่วงเย็นๆผมยังเห็นนักเรียน นักศึกษาระดับชั้นมัธยมและมหาลัยจากมหาวิทยาลัย ดังบ้างไม่ดังบ้างสลับกับเข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนหนังสือให้กับเด็กระดับชั้นที่โตกว่าที่ผมดูอยู่ ใครสนใจก็ลองไปดูนะ

  16. เพิ่มเติมโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ อยู่ตรงแยกตึกชัยพอดีเป๊าะ

  17. เคยบอกแล้ว อยากให้ทำได้เร็วๆจริงๆจังเลยเน๊อะ

  18. ประทับใจแทนจิงๆๆ…

  19. อยู่ตรงแยกตึกชัยเป๊ะเลยครับแซมอ่อ แล้วมีสมาคมคนตาบอดอยู่ตรง ปปส. (เลยอนุสาวรีชัยฯ ไปทางเซนเตอร์วันประมาณ 1 กิโลเมตรได้) ด้วยนะครับเคยแวะไปที่นั่น ดูยากจนกว่าโรงเรียนสอนคนตาบอดเยอะเลยเขากระซิบมาว่า ต้องการคนมาอัดเทปหนังสือบ้างเช่นกัน ^^

  20. ตอนแรกก็รู้สึกดีเฉย-เฉยนะแต่พอรู้ว่าผู้ริเริ่มโครงการเป็นคนตาบอดน้ำตาเกือบจะไหลไปด้วยเลยซาบซึ้งในความทุ่มเทจริง-จริง *_*

  21. ดีจัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s