life is short, the stories.

share our Idea & Stories.

เขียนไดฯ บ้างสิ

8 Comments

20 ก.ค. 2551

เมื่อคืนก็นอนปกติ ห้าทุ่มกว่าๆ แต่วันนี้ตื่นซะ สิบโมง

ชงกาแฟ ยังไม่ได้อาบน้ำ รอดูละคร -ผู้กองเจ้าเสน่ห์- ทางช่อง 3

นั่งดูละครสลับกับหันไปดูเนตที่เปิดเอาไว้

ละครจบ อาบน้ำ แต่งตัว วันนี้นัดเพื่อนๆแก๊งเก่าสมัยยังเรียนมหาลัยไว้บ่ายสองพารากอน เห็นบอกว่ามีงานศิลปะมาแสดง

ขณะรอเวลาจะออกจากบ้าน

เพื่อนพี่ชายที่สนิทกัน แวะมาหา

เนื่องจากวันก่อนโทรไปหาบอกว่า

อยากให้ช่วยเอาเครื่องตั้งสายกีต้าร์มาเทียบกับของตัวเองที่พึ่งซื้อมาว่าตรงกันหรือเปล่า? OK ใช้ได้

จากนั้นก็คุยกันไปเรื่อย

มองนาฬิกาบ่ายโมงไปแล้ว

แต่ว่าเหงื่อเริ่มออก ไม่ชอบใส่เสื้อตอนที่ตัวเหนียวๆ

ไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกรอบ

เหลือบมองนาฬิกาอีกรอบบ่ายสองแล้ว กะว่าแต่งตัวเสร็จจะโทรไปบอกเพื่อนว่าคงไปไม่ทันบ่ายสอง

กำลังสวมถุงเท้าไปได้หนึ่งข้าง เสียงมือถือดัง

"เออ กำลังจะโทรไปบอกว่าไปไม่ทันบ่ายสอง" รีบออกตัว

"เออ ก็กำลังจะบอกว่าเรามีนัดกับเพื่อนอีกคนไว้แล้ว แล้วเจอกันตอนสี่โมงเย็นที่ข้าวสารเลย"

พอๆกัน ถึงเวลานัดแล้ว พึ่งจะโทรมาบอก

ถอดถุงเท้าที่ใส่ไปได้หนึ่งข้างออก เข้ามานั่งเปิดเนตอีกรอบ รอเวลากะว่าอีกสักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยออกจากบ้าน

 

อีก 10 นาทีบ่ายสี่ ตามเวลานัด แต่คิดว่ายังไม่มีใครมาหรอก

เดินเล่นเข้าไปในถนนตะนาวทะลุไปออกถนนดินสอ

เพื่อนโทรมาแล้วบอกว่าให้ไปเจอกันที่ถนนพระอาทิตย์ได้เลย

นั่งแท็กซี่ไป ขี้เกียจเดิน

งานนี้นัดกันที่ร้านโรตีมะตะบะถนนพระอาทิตย์เหมือนเดิม

รวมพลได้ 5 คน พอน้องพนักงานมาถาม ก็สั่งกันอย่างกับไม่ได้กินอะไรมาเลยเป็นสัปดาห์

นึกก่อน พวกเรา 5 คน สั่งอะไรไปบ้าง

โรตีเปล่า 5 จาน มัสหมั่นเนื้อ 1 มัสหมั่นไก่ 1 เขียวหวานเนื้อ 2 ข้าวหมกปลา 1 ข้าวเปล่า 2 ไส้กรอกพันโรตี 2 จาน เปาะเปี๊ยะกุ้ง 1

ถุงทอง 1 โรตีเนยนม 3 โรตีกล้วยนม 1 โรตีกล้วยช็อคโกแล็ต 1 มะตะบะไก่ 1

กินกันพุงแทบแตก

เพื่อนเรา 4 คน เป็นผู้หญิงหมด มีเราเป็นผู้ชายคนเดียว

สำหรับเรา เพื่อนก็คือเพื่อน เพื่อนไม่มีเพศหญิง เพศชาย มีอยู่เพศเดียว -เพศเพื่อน-

ออกจากร้านโรตี เดินเล่นทะลุตรอกข้าวสารออกมา

เราออกไอเดีย ไปกินมนต์นมสดกัน

ไป….ไป….

นั่งกันห้าคน เราเป็นคนซื้อนม เบลอๆหน่อยสั่งเกินมาแก้ว…ไม่เป็นไร

สั่งขนมปังปิ้งมาอีก 3 แผ่น เหลือสองชิ้นพอคำสุดท้าย เริ่มเกี่ยงๆกันแล้ว

ไม่เป็นไร…เราเหมาเอง

หากใครเคยไปร้านมนต์นมสดคงจะได้เห็นผนังร้านด้านหนึ่งมีรูปดาราติดอยู่เป็นแถว

ใครคนหนึ่งพูดว่า -ทำไม่เขาไม่มาถ่ายรูปพวกเราบ้างนะ-

เราเสนอว่า

      -ไม่ต้องรอเขามาถ่ายหรอก เราถ่ายกันเองในร้าน ไปล้างอัดมาให้ได้ size เสร็จสรรพ

       แล้วมาให้ร้านเขาข่วยใส่กรอบโชว์ให้ ติดไว้สักวันก็ยังดี-

ออกจากร้าน มานั่งเล่นต่อที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ สักพัก ก่อนแยกย้ายกันกลับ

วันนี้ กินๆๆๆๆๆ คุยๆๆๆๆๆ หัวเราะๆๆๆๆๆๆๆ

เป็นวันที่มีความสุขวันหนึ่ง

ได้หัวเราะเต็มปากเต็มคำ

….

Author: hud-tsu-ka

I'm not a nice guy but I wanna be a good guy.

8 thoughts on “เขียนไดฯ บ้างสิ

  1. คุ้มค่ากันไปอีกหนึ่งวัน

  2. แถวนั้นบรรยากาศดีเนอะ
    น่าจะไปนั่งสวนสันติ ด้วย
    ครบ เลย
     

  3. ยินดีด้วย  สุดตีนเลย (",)
     
    แต่เอ..เราน่าจะอยู่คนละมิติกัน  เพราะวันเดียวกันนั้น  เรานังปั่นงานจนหัวฟู
    ทั้งไม่ได้กินและหัวเราะด้วย  (อิจฉา)

  4. ผมเคยชอบเขียนไดอารี่ เพราะรู้สึกว่าสมัยนั้นทำอะไรก็มีความสุขได้ง่ายๆ บันทึกโน่นนี่ก็ดูสนุกไปหมด
    มาทุกวันนี้ เลิกเขียนไปแล้ว เพราะถ้าเขียนก็คงมีแต่เรื่องเดิมๆซ้ำๆซากๆ
    แก่ตัวไปหยิบมาอ่านอีกทีก็คงไม่ได้ประโยชน์หรือสาระอะไร

  5. ผมเขียนไดฯมา 8 ปีกว่าแล้ว เป็นความตั้งใจในโครงการของปี 2000 แล้วก็เป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่ทำสำเร็จจริงๆ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเขียนทุกวัน บางช่วงก็หายไประยะใหญ่ๆเหมือนกัน แต่ก็เรียกว่าสม่ำเสมอในระยะ 8 ปีที่ผ่านมา และก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเขียนทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องบางเรื่องก็อยากให้มันผ่านไป และเผื่อจะได้ลืมมันได้สักวัน

  6. แต่ก่อนไปกินร้านนั้นหลายครั้งเหมือนกัน
    แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ไปแล้ว…
     
    ทุกครั้งที่เจอเพื่อนผมก็มีความสุขเสมอ เช่นกัน
    ยิ่งทำงานแล้วไม่ค่อยได้เจอนี่ยิ่งคิดถึง…

  7. ผมว่าเจ๋งมากเลยจะครับที่ตั้งคำมั่นสัญญากับตัวเองแล้วทำสำเร็จได้(ตั้ง8ปีเชียวนะครับ)
    คนจับจดอย่างผมขอคารวะ1จอกครับ

  8. ผมห่างเหินจากการเขียนไดฯไปนานอยู่จากปกติเขียนทุกวันเขียนมาตั้งแต่ ม. 3 (มีบ้างที่ห่างเหินแต่ก็กลับตัวมาเขียนได้)  แต่พอเรียนอยู่ปี 3 จนขึ้นปี 4 ก็หยุดเขียนไปพักใหญ่โดยเอาเหตุผลเรื่องงานเยอะมาอ้าง
    จบมาได้และทำงานได้สักพักก็กลับมาเขียนใหม่ เขียนวันเว้น 3 วัน บางทีเขียนหนึ่งวัน เว้นเดือนกันเลยทีเดียว
    ทุกวันนี้แทบไม่ได้แตะ ด้วยเหตุผลเดียวกับตอนเรียนคือ "งานเยอะ" จริงๆมันน่าจะเรียกว่าข้ออ้างมากกว่าเหตุผลนะจริงไหม?
     วันนี้ ผมว่าจะกลับไปเขียนใหมอีกต่อดีกว่า ขอให้เพื่อนร่วมสเปรซเป็นพยานด้วยนะ 555+

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s