life is short, the stories.

share our Idea & Stories.

บ้านจิม ทอมป์สัน กับ Always II

Leave a comment

ผมตั้งใจไปดูนิทรรศการ ต้มยำ ปลาดิบ ที่จัดขึ้นที่ บ้านจิม ทอมป์สัน

หมายเหตุ ถ้าสนใจลอง searchชื่อ “ต้มยำ ปลาดิบ” ดูรายละเอียดนะครับ

…..

นิทรรศการศิลปะจากศิลปินไทยและญี่ปุ่น
ที่สำรวจและนำเสนอการอยู่ร่วมกันของประเพณีนิยมและความสมัยใหม่

ศิลปินร่วมแสดงในนิทรรศการ: จารุพัชร อาชวะสมิต, ยาสึมาสะ โมริมูระ, โยชิโตโมะ นาระ, สึโยชิ โอซาว่า, วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ วชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์, เรียวตะ ซูซูกิ, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐ-กุล
คัดสรรผลงานโดย กฤติยา กาวีวงศ์
ผู้ช่วยภัณฑารักษ์: เพ็ญวดี นพเกตุ มานนท์ และนันท์นรี พานิชกุล
หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สันภูมิใจนำเสนอ “ต้มยำ ปลาดิบ” นิทรรศการศิลปะจากศิลปินไทยและญี่ปุ่นอันมุ่งสำรวจและนำเสนอการอยู่ร่วมกันของประเพณีนิยมและความสมัยใหม่ นิทรรศการจะเผยให้เห็นถึงทัศนคติอันหลากหลายซับซ้อนต่อศิลปะแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ผ่านสายตาและการตีความของศิลปินญี่ปุ่นและไทย ผู้ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวของการทำงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม นิทรรศการจะแสดงผลงานของศิลปินญี่ปุ่นซึ่งเคยพำนักและแสดงนิทรรศการในกรุงเทพฯ ซึ่งบางท่านได้ตกหลุมรักกรุงเทพฯจนตัดสินใจพำนักและทำงานที่นี่เป็นการถาวร นอกจากนี้ ยังรวมถึงงานของศิลปินไทยที่เคยพำนักและทำผลงานในญี่ปุ่นอีกด้วย
“ต้มยำ ปลาดิบ” มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงความซับซ้อนของศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยทั้งจากไทยและญี่ปุ่นด้วยงานศิลปะหลากรูปแบบของศิลปินจากทั้งสองประเทศ ที่จะมาร่วมกันค้นหาและสำรวจการมีอยู่ร่วมกันของสิ่งดั้งเดิมและร่วมสมัยในแต่ละวัฒนธรรม ผ่านการนำเสนอด้วยงานศิลปะหลายแนว ทั้งวิดีโอ อาร์ท งานศิลปะจัดวาง สื่อสิ่งทอ และแฟชั่น รวมไปถึงงานด้านการประพันธ์ ผลงานส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดจากความทรงจำ ความร่วมมือทางวัฒนธรรมและเรื่องราวในชีวิตประจำวันทั่วไป
ชื่อนิทรรศการ “ต้มยำ ปลาดิบ” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักเขียนญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เรียวตะ ซูซูกิ ผู้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมญี่ปุ่นและวัฒน-ธรรมไทยมาเป็นระยะเวลานาน ในคอลัมน์ภาษาไทยรายเดือนที่เขาเขียนให้กับนิตยสาร อะ เดย์ ซูซูกิได้แบ่งปันความคิดความรู้สึกในฐานะชาวญี่ปุ่นที่มีต่อวัฒนธรรมไทย และภาพสะท้อนของชีวิตประจำวันในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ นอกจากนี้ เขายังเขียนคอลัมน์รายปักษ์ให้กับหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นโยมิอุริ ชิมบุน เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและทัศนคติของไทยทีมีต่อชาวญี่ปุ่นอีกด้วย
ชื่อนิทรรศการ “ต้มยำ ปลาดิบ” ได้รวมอาหารขึ้นชื่อของสองประเทศเข้าด้วยกัน ได้แก่ ต้มยำ อาหารประเภทน้ำแกงเผ็ดร้อนของไทย และ ปลาดิบ ภาษาไทยสำหรับเรียกซาชิมิ กลุ่มคำที่สร้างขึ้นใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอันดีระหว่างชาวไทยและชาวญี่ปุ่นผู้คุ้นเคยเป็นอย่างดีกับทั้งสองภาษา และยังเป็นสัญลักษณ์ถึงความสัมพันธ์ที่พิเศษของไทยและชุมชนชาวญี่ปุ่น ชื่อนิทรรศการเป็นการรวมสุดยอดประเพณีอาหารของทั้งสองชาติ ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่เคยมีใครนำมารวมกันมาก่อน
นิทรรศการ “ต้มยำ ปลาดิบ” จะอุทิศให้กับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางศิลปะและกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับญี่ปุ่น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างไทยและญี่ปุ่น และวาระครบรอบ 30 ปีของสมาคมอาสาสมัครชาวญี่ปุ่น ณ พิพิธภัณฑ์บ้านไทยจิม ทอมป์สัน นอกจากนี้นิทรรศการยังจะกิจกรรมพิเศษต่างๆ อาทิ การเสวนากับภัณฑารักษ์และศิลปิน กิจกรรมการสัมมนารวมถึงกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการตลอดระยะเวลาของนิทรรศการ

…..

ผมพึ่งรู้นะครับ ว่าบ้านเรือนไทยของจิม ทอมสัน อยู่ใจกลางเมืองซะขนาดนี้

—–

นิทรรศการ ต้มยำปลาดิบ ทีแรกผมเข้าใจว่าน่าจะแบบ มีการแสดงรูปวาดของญี่ปุ่น การฉายหนังสั้น แบบดูได้ทั้งวัน

แต่จริงๆแล้วมันไม่เยอะเท่าที่คิดไว้ตั้งแต่แรก เล็กๆ และคิดว่าจะให้ดีน่าจะมาวันที่เขาจัดกิจกรรม เพราะ หากจะมาดูวันที่จัดไว้ show แห้งๆแบบวันที่ผมไปดูนี้ มันไม่ค่อยประทับใจเท่าไรเลย

ผมอาจมาไม่ตรงวันที่เขามีกิจกรรมพิเศษ ก็เลยว่าไม่เท่าไร ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ดีนะครับ

—–

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่เสียเที่ยวเท่าไร เพราะว่าไหนๆมาแล้วก็เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านเรือนไทยของคุณทอมซะเลย

บ้านเรือนไทยของคุณทอม เป็นบ้านเรือนไทยที่ไม่ได้ถูกต้องตามหลักของการสร้างบ้านเรือนไทยเท่าไร

เอาบ้านเรือนไทยที่คุณทอมซื้อมาหลายหลัง มายำตามแบบของคุณทอมเสียมากกว่า ก็สวยดี ไม่ใช่ไม่สวยนะครับ

ดูบ้านเรือนไทยตาม style ของคุณทอมกับดูของสะสมเก่าๆของคุณทอมก็เพลินดี

แต่ที่ประทับใจมากๆก็คือ พนักงานที่ดูแลที่นี่ กับคุณไกด์สาวที่พาเที่ยวชมบ้าน บริการทุกระดับประทับใจจริงๆ

…..

ด้านข้างบ้านเรือนไทยจิม ทอมป์สัน กำลังมีการก่อสร้างตึกสูง ขนาบอยู่ติดๆกันเลย

น่าเสียดายที่เมืองไทยไม่ค่อยเห็นความสำคัญของศิลปะ และพื้นที่โดยรอบของสถานที่สำคัญที่ควรอนุรักษ์

จึงปล่อยให้มีการสร้างตึกสูงของพวกนายทุนเห็นแก่ตัว ผุดขึ้นมาให้รำคาญใจ รำคาญตาอยู่เสมอ

น่าเสียดายครับ

…..

Always II อดีตที่ยังมีให้โหยหา (น้ำตาไหลบ้างก็ดีเหมือนกัน)

หากใครได้ดู always ภาคแรก คงไม่ต้องเชื้อเชิญให้ไปดูภาคสอง

เพราะคิดว่าคงจะอยากออกไปติดตามภาคสองได้ด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่ไม่เคยไปดูภาคแรก

แนะนำว่า ให้ไปหาแผ่นหนังภาคแรกมารีบดู

แล้วโดยสารพาหนะที่คุณสะดวก ออกไปดูภาคสองที่โรงหนังลิโด้

เขามีฉายวันละ ประมาณ 4-5 รอบ

เช็ครอบกันเอาเองนะครับ

….

หนังหลายเรื่องเราใช้แต่ตาดู

หนังบางเรื่องเราไม่ใช่ดูแค่ตา แต่ต้อง feel ด้วย

….

Always II

ผมดูด้วยน้ำตาไหลถึงคาง

 

Author: hud-tsu-ka

I'm not a nice guy but I wanna be a good guy.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s