life is short, the stories.

share our Idea & Stories.

เรื่องราวเรื่อยเปื่อยของชีวิต

Leave a comment

                                        10 พ.ค. 2546 มีฝนตกตอนเช้า อากาศจึงเย็นกว่าวันก่อนๆที่ร้อนจนปวดหัว ทำให้ผมตื่นสายกว่าปกติ ประมาณเก้าโมงกว่าตื่นมาชงกาแฟ อ่านนิตยสารเหมือนกิจวัตรที่ทำอยู่ทุกวัน แต่วันนี้ผมตั้งใจจะไปไหว้หลวงพ่อโสธรที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากอาบน้ำแต่งตัว หยิบข้าวของบรรจุลงกระเป๋าพร้อมนิตยสาร”สารคดี”ฉบับที่มีเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว ประมาณสิบโมงครึ่งออกจากบ้านไปขึ้นรถทัวร์ที่สี่แยกบางนา ผมรอรถไปฉะเชิงเทราแต่ว่าไม่เห็นมาซะทีจึงตัดสินในนั่งรถไปลงที่บางปะกงก่อนแล้วค่อยต่อรถไปอีกทีโดยคิดเอาเองว่าคงจะต่อไปอีกไม่ไกลนัก ผมนั่งเปิดนิตยสาร”สารคดี”อ่านได้ความว่า พอถึงสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงแล้วจะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปฉะเชิงเทรา ตรงไปเป็นจังหวัดชลบุรี พอรถข้ามสะพานแล้วผมไปลงที่โรงไฟฟ้าบางปะกง นั่งรอรถต่อไปฉะเชิงเทราโดยนั่งอ่านนิตยสารสลับกับคอยดูรถไปเรื่อยๆอย่างไม่อนาทรร้อนใจ สักพักรู้สึกเอะใจจึงถามคนที่อยู่ข้างๆถึงได้ทราบว่าต้องข้ามไปรออีกฟากถนน ขอบคุณครับไม่เช่นนั้นวันนี้คงต้องไปเที่ยวชลบุรีแทนแน่ๆ ผมต่อรถชลบุรี-ฉะเชิงเทรา นั่งไปไกลพอควรเลยล่ะทำให้ผมได้รู้ว่าที่คิดว่าต่อไปอีกไม่ไกลน่ะ…คิดผิด

                                        ลงรถที่ท่ารถ บขส. ต่อรถไปวัดโสธร เข้าไปไหว้หลวงพ่อขอพร แล้วจึงคิดว่าจะลงเรือล่องแม่น้ำบางปะกงเล่นซะหน่อย ผมข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเดินหาของกิน หลังจากกินข้าวเสร็จ ซื้อทอดมันมากะว่าจะเอาไว้กินตอนล่องเรือ จะไปท่าเรือต้องเดินผ่านไปทางเดียวกับทางไปโรงเจ ผมเหลือบไปเห็นป้าย”ห้ามนำเนื้อสัตว์เข้า มาในโรงเจ” ทำให้ผมต้องกินทอดมันที่ซื้อมาให้หมดข้างนอกซะก่อนด้วยความกลัวบาป แต่โชคคงไม่เข้าข้าง ฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ลมกระโชกแรง ฝนเริ่มตก ผมจึงหวังโรงเจเป็นที่พักพิงโดยที่รสทอดมันยังติดปาก ในเมื่อเข้ามาแล้วจึงถือโอกาสไหว้พระซะเลย ได้ธูปมากำใหญ่ โดยต้องเริ่มไหว้จากชั้นบนก่อน ผมถามคนที่มาไหว้ถึงทราบว่าให้จุดไปปักกระถางละ 3 ดอกที่เหลือจึงลงไปปักที่ชั้นล่าง ผมไม่สามารถจะจุดทีเดียวให้ครบทั้งหมดได้จึงจุดไปบางส่วนแล้วเลือกที่ติดแล้วไปปักก่อนที่เหลือค่อยจุดอีกทีหลัง หลังจากครบชั้นบนแล้ว ลงมาชั้นล่างผมเอาธูปที่เหลือไหว้พระสังขจายองค์ใหญ่จนหมดโดยไม่รู้เหมือนกันว่ามีกี่ดอก พอไหว้แล้วผมถึงได้เห็นว่ายังมีอีกหลายกระถางให้แบ่งไปปักครั้นจะดึงออกไปปักที่อื่นก็ดูกระไรอยู่ คงไม่เป็นไรผมไม่รู้จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจ

                                        ฝนเริ่มซาบ้างผมออกไปดูที่ท่าเรือแต่ว่าเรือเที่ยวสุดท้ายมีคนเหมาลำไปแล้วเลยอดไป ประมาณบ่ายสามกว่าข้ามถนนไปซื้อขนมจาก แต่ผมยังไม่อยากกลับบ้าน เปิดนิตยสาร”สารคดี”เห็นว่ามีวัดอีกหลายวัดที่น่าสนใจ ผมจึงต่อรถว่าจะไปวัดสายชลที่เขียนไว้ว่ามีพระอุโบสถเก่าที่สวยมาก ระหว่างทางต้องผ่านตลาดด้วยความอยากล่องเรือผมเลยลงที่ตลาดเพราะอ่านในนิตยสาร”สารคดี”อีกนั่นแหละ เขาว่ามีอีก 2 ท่าคือที่ตลาดกับท่าวัดแหลมใต้ ผมเดินทะลุตลาดมาริมแม่น้ำบางปะกงหันไปเห็นเหมือนท่าเรืออยู่ทางขวามือ ผมรีบจ้ำเดินไปเพื่อที่จะพบว่าเป็นท่าจอดเรือของหน่วยกู้ภัย ผมยังไม่ลดละความเรื่อยเปื่อย ผมนั่งรถต่อจะไปวัดสายชลดังที่ตั้งใจไว้แต่แรก (รถที่นั่งเขียนไว้สุดสายที่วัดสายชล)ผมนั่งไปสุดสายที่วัดจีนประชาสโมสร ขากลับวัดเป็นวัดจีนแต่ผมไม่ได้เข้าไป ผมนั่งมาถึงสถานีรถไฟแวะซื้อขนมเปี้ยะที่ร้านตั้งเซ่งจั๊ว ก็อ่านจาก….อีกเหมือนกัน ซื้อมากินเอง ซื้อมาฝากคนอื่นด้วย ข้ามฝั่งไปสถานีรถไฟ โชดดีที่ซื้อตั๋วตอนรถไฟมาพอดีไม่ต้องเสียเวลาคอย ซึ่งก็คิดถูกเหมือนกันที่กลับรถไฟเพราะวิวสองข้างทางก็เป็นทุ่งนาสวยไม่ใช่น้อย ผมนั่งรถไฟมาลงที่สถานีมักกะสันเดินทะลุออกมาตรงเมโทร ต่อรถสาย 23 ทางด่วนกลับบ้านถึงบ้านทุ่มกว่าๆ

                                        หมดไปอีก 1 วันไม่รู้ว่าผมจะต้องจับจ่ายเวลาไปกับความเรื่อยเปื่อยของชีวิตอีกสักกี่มากน้อย

Author: hud-tsu-ka

I'm not a nice guy but I wanna be a good guy.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s