life is short, the stories.

share our Idea & Stories.

15/10/2007

Leave a comment

         มีนกแขกเต้าฝูงหนึ่งประมาณ ๕๐๐ ตัว
อาศัยอยู่ในป่างิ้วบนยอดเขาแห่งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาหากิน
ฝูงนกแขกเต้าต่างพากันบินไปกินข้าวสาลีในนา ของชาวมคธ
เมื่อกินข้าวสาลีอิ่มแล้ว ต่างก็บินกลับรังด้วยปากเปล่าๆ ทั้งนั้น

         ส่วนพญานกแขกเต้าที่เป็นหัวหน้า
เมื่อกินอิ่มแล้ว ยังต้องคาบข้าวสาลีอีก ๓ รวงกลับไปด้วย
ชาวนาเห็นก็แปลกใจ จึงพยายามดักจับพญานกแขกเต้าให้ได้
ด้วยการสังเกตุที่ยืนของพญานกนั้น แล้วว่างบ่วงไว้

         วันหนึ่งพญานกแขกเต้าถูกจับได้ ชาวนาจึงถามพญานกว่า "
นกเอ๋ย ท้องของท่านคงจะใหญ่กว่านกอื่น เพราะเมื่อท่านกินอิ่มแล้ว
ยังต้องคาบรวงข้าวกลับไป อีกวันละ ๓ รวง
เป็นเพราะท่านมียุ้งฉางหรือเป็นเพราะเรามีเวรต่อกันมาก่อน
"

         พญานกตอบว่า

"ข้าพเจ้าไม่ได้มียุ้งฉาง และเราก็ไม่มีเวรต่อกัน แต่ที่คาบไป ๓ รวงนั้น
รวงหนึ่งเอาไปใช้หนี้เก่า
รวงหนึ่งเอาไปให้เขา
รวงหนึ่งเอาไปฝังไว้"

         ชาวนาได้ฟังก็เกิดความสงสัย จึงถามว่า "ท่านเอารวงไปใช้หนี้ใคร เอาไปให้ใคร และเอาไปฝังไว้ที่ไหน "

พญานกแขกเต้าจึงตอบว่า

         "รวงที่หนึ่งเอาไปใช้หนี้เก่า
คือ เอาไปเลี้ยงดูพ่อแม่ เพราะท่านแก่แล้วและเป็นผู้มีพระคุณอย่างมาก
ทั้งให้กำเนิดและเลี้ยงดูข้าพเจ้าจนเติบใหญ่
นับว่าข้าพเจ้าเป็นหนี้ท่านจึงสมควรเอาไปใช้หนี้
"

         "รวงที่สองเอาไปให้เขา
คือ เอาไปให้ลูกน้อยทั้งหลายที่ยังเล็กอยู่ ไม่สามารถหากินเองได้
เมื่อข้าพเจ้าเลี้ยงในตอนนี้ ต่อไปยามข้าพเจ้าแก่เฒ่า เขาก็จะเลี้ยงตอบแทน
จัดเป็นการให้เขา
"

         "รวงที่สามเอาไปฝังไว้
คือ เอาไปทำบุญด้วยการให้ทาน กับนกที่แก่ชรา
นกที่พิการหรือเจ็บป่วยไม่สามารถหากินเองได้ เท่ากับเอาไปฝังไว้
เพราะบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า การทำบุญเป็นการฝังขุมทรัพย์ไว้
" ชาวนาได้ฟังแล้วเกิดความเลื่อมใสว่า นกนี้เป็นนกกตัญญูต่อพ่อแม่ เป็นนกที่มีความเมตตาต่อลูกน้อย ใจบุญ มีปัญญารอบคอบมองการณ์ไกล

         พญานกได้อธิบายต่อไปว่า "ข้าวสาลีที่ข้าพเจ้ากินเข้าไปนั้น
ก็เปรียบเสมือนเอาไปทิ้งลงไปในเหวที่ไม่รู้จักเต็ม
เพราะข้าพเจ้าต้องมากินทุกวัน วันนี้กินแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องมากินอีก
กินเท่าไรก็ไม่รู้จักเต็ม จะไม่กินก็ไม่ได้
เพราะถ้าท้องหิวก็ต้องเป็นทุกข์
"

         ชาวนาได้ฟังจึงกล่าวว่า "พญานกผู้มีปัญญา
ที่แรกข้าพเจ้าคิดว่าท่านเป็นนกที่โลภมาก
เพราะนกตัวอื่นเขาหากินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่คาบอะไรไป
ส่วนท่านบินมาหากินแล้ว ก็ยังคาบรวงข้าวกลับไปอีก แต่พอฟังท่านแล้ว
จึงรู้ว่าท่านไม่ได้คาบไปเพราะความโลภ แต่คาบไปเพราะความดี คือ
เอาไปเลี้ยงพ่อแม่ เอาไปเลี้ยงลูกน้อยและเอาไปทำบุญ ท่านทำดีจริงๆ
"

         ชาวนามีจิตเลื่อมใส
ในคุณธรรมของพญานกมาก จึงแก้เครื่องผูกออกจากเท้าพญานก
ปล่อยให้เป็นอิสระแล้วมอบข้าวสาลีให้ พญานกรับข้าวสาลีไว้เพียงส่วนหนึ่ง
ซึ่งกะคะเนแล้วว่าเพียงพอแก่บริวาร จากนั้นจึงให้โอวาท แก่ชาวนาว่า

         "ขอให้ท่านเป็นผู้ไม่ประมาท หมั่นสั่งสมกุศลด้วยการทำทานและเลี้ยงดูพ่อแม่ผู้แก่เฒ่าด้วยเถิด "

         ชาวนาได้คติจากข้อปฏิบัติของพญานก จึงตั้งใจทำบุญ ทำกุศลตั้งแต่นั้นมาจนตลอด

         ชีวิต นกแขกเต้าผู้มีปัญญา
รู้ว่าควรบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างไร
จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งต่อตัวเอง ต่อครอบครัวและต่อสังคม          นับเป็นการใช้ทรัพย์อย่างชาญฉลาด
ที่ยิ่งใช้ก็ยิ่งมีความสุขความเจริญ
สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ สุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต

       

Author: hud-tsu-ka

I'm not a nice guy but I wanna be a good guy.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s